คดีแบบนี้ ปัจจุบันมีเยอะ และถูกฟ้องร้องเป็นจำนวนมาก

แต่เรื่องแบบนี้ มันพอจะมีทางออกอยู่บ้างนะครับ

เริ่มแรกสุด ต้องเอาคำฟ้องมาดูครับว่าเขาฟ้องว่าอย่างไร มีเจ้าหนี้ฟ้องเองรึว่ามีการขายหนี้ไปให้คนอื่นมาฟ้องเรากันแน่ เพราะการที่เจ้าหนี้ขายหนี้ทิ้งไป ให้คิดไว้ก่อนได้เลยว่าหนี้นั้นมีปัญหาแน่นอน ไม่อายุความก็เอกสารไม่ครบ หรือไม่ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ดังนั้น เราต้องดูว่าจ่ายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เพราะบัตรเครดิตที่ใช้รูดซื้อสินค้า มีอายุความเพียง 2 ปีเท่านั้น
ส่วนหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีการผ่อนเป็นงวดๆ มีอายุความ 5 ปี
ส่วนหนี้สินที่เป็นบัตรกดเงินสด มีอายุความ 10 ปี

บริษัทสินเชื่อที่ซื้อหนี้ต่อจากเจ้าหนี้ไปนั้น บางบริษัทมักลักไก่ พยายามโทรศัพท์หาเราเพื่อให้เราชำระหนี้นิดหน่อย 100-200 บาท เพื่อให้หนี้ที่ขาดอายุความไปแล้ว กลับมามีผลต่อ พูดง่ายๆ ก็คือไม่ขาดอายุความแล้ว แล้วเขาจะฟ้องคดีได้

แต่ก็มีอีกแบบหนึ่งก็คือ ฟ้องไปก่อน แล้วค่อยเรียกมาไกล่เกลี่ย ส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะให้ทนายประจำบริษัทเป็นผู้ฟ้องคดี ไม่ว่าคดีจะเป็นแบบไหนก็จะฟ้องไว้ก่อน เมื่อจำเลยไม่ไปศาล โจทก์ที่เป็นเจ้าหนี้จะสืบพยานไปฝ่ายเดียว และกลายเป็นหนี้ใหม่ทันที

อีกอย่างหนึ่งก็คือ แม้จะไม่มีช่องว่าง แต่เจ้าหนี้มักจะฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงๆ ไว้ก่อน เพราะงั้น การต่อสู้คดีเพื่อลดหนี้ เป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด เพราะคดีผู้บริโภค ศาลจะลดยอดหนี้ลงไปพอสมควรอยู่ แต่ก็เสี่ยงหน่อยนะครับ

ดังนั้นแล้ว หากถูกฟ้องคดีเป็นคดีแพ่งแล้ว ให้วิ่งหาทนายก่อนเลย หรือไม่รู้จะพึ่งใคร ติดต่อทนายแจ็คครับ รับสู้ให้ทุกคดีที่มีช่องว่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *